อ่างล้างตาฉุกเฉินแตกต่างและสำคัญอย่างไร?

 

 

อ่างล้างตาฉุกเฉินคืออะไร
อ่างล้างตาฉุกเฉินเป็นอุปกรณ์ที่ออกแบบมาเพื่อให้ส่งน้ำสำหรับชำระล้างการปนเปื้อนของสารเคมีที่ใบหน้า ดวงตา หรือร่างกาย โดยมีวาล์วเปิดน้ำแบบมือผลักหรือเท้าเหยีบบ แทนวาล์วก๊อกแบบทั่วไป เพื่อให้สามารถเปิดน้ำได้อย่างรวดเร็วเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน จึงถือเป็นอุปกรณ์พยาบาลสำหรับในกรณีเกิดอุบัติเหตุ

 

จุดที่ควรติดตั้งอ่างล้างตาฉุกเฉิน
โดยทั่วไป มาตรฐาน ANSI กำหนดให้จุดติดตั้งอ่างล้างตาฉุกเฉินต้องตั้งอยู่
ในจุดที่เข้าถึงได้ด้วยการเดินภายใน 10 วินาที (ระยะประมาณ 55 ฟุต หรือ 16.5 เมตร)
โดยอยู่ในระนาบเดียวกัน เส้นทางที่ผ่านจะต้องไม่ขึ้น-ลง บันได หรือทางลาด และต้องไม่มี
สิ่งกีดขวางและเป็นทางตรงมากที่สุด เท่าที่จะทำได้


อ่างล้างตาฉุกเฉินส่วนใหญ่จะแบ่งเป็น 3 ประเภท ได้แก่

อ่างล้างตาฉุกเฉินแบบติดผนัง เหมาะสำหรับห้องปฏบัติการขนาดเล็ก ที่มีผนัง ลักษณะเหมือนอ่างล้างตาทั่วไปแต่
แตกต่างตรงที่ สามารถเปิดวาล์วสำหรับส่งน้ำได้โดยง่ายด้วยการผลัก และการส่งน้ำจะเป็นการฉีดพุ่งให้สูงขึ้น ให้สามารถชำระล้างใบหน้าและดวงตาได้โดยง่ายและรวดเร็ว


อ่างล้างตาฉุกเฉินแบบตั้งพื้น เหมาะสำหรับห้องหรือพื้นที่กลางแจ้ง ที่ไม่มีผนัง ลักษณะคล้ายแบบติดผนัง แต่จะติดยึดไว้กับพื้นแทน ส่วนของตัวอ่างจะทำงานเหมือนแบบติดผนัง คือมีการฉีดน้ำพุ่งขึ้นมาเพื่อชำระล้างใบหน้าและดวงตาได้โดยง่าย


อ่างล้างตาพร้อมฝักบัวแบบตั้งพื้น เหมาะสำหรับพื้นที่กลางแจ้ง มีฝักบัวสำหรับจ่ายน้ำจากด้านบนเพื่อชำระล้างร่ายกายจากสารเคมี ซึ่งจะจ่ายน้ำได้โดยการใช้เท้าเหยียบ ทำให้สามารถชำระได้รวดเร็วในกรณีฉุกเฉิน พร้อมทั้งมีอ่างล้างตาด้วย ควรมีพื้นที่ที่ป้องกันน้ำเสียไหลลงสู่แหล่งน้ำธรรมชาติ เพราะอาจทำให้สารเคมีที่ชำระ ปนเปือนกับไปน้ำเสียได้


 

ไม่ยาก! เลือกถุงมือให้เหมาะกับงานของคุณ

การเลือกใช้ถุงมือสำหรับงานอุตสาหกรรม
เนื่องจากถุงมือมีหลากหลายประเภทซึ่งแบ่งประเภทตามการใช้งาน ทั้งงานเคมี งานไฟฟ้า กันบาดกันทะลุ  ฯลฯ ทำให้การเลือกใช้ถุงมือสำหรับงานอุตสาหกรรมจึงเป็นเรื่องที่ยุ่งยาก กว่าถุงมือที่ตอบโจทย์การใช้งาน ทำงานสะดวก และพร้อมด้วยความปลอดภัย เราจึงมีวิธีมาแนะนำวิธีการเลือกใช้ถุงมือที่ง่ายและเร็วมาให้ครับ

ประเภทมาตรฐานถุงมือสำหรับงานอุตสาหกรรม
การเลือกถุงมือสำหรับการทำงานนั้น เบื้องต้นควรเลือกถุงมือที่มีมาตรฐาน เพื่อความมั่นใจในความปลอดภัยเมื่อเราสวมใส่ใช้งาน ซึ่งมาตรฐานที่มีการยอมรับกันทั่วโลกคือ มาตรฐาน EN ซึ่งจะแบ่งเป็นประเภทต่างๆดังนี้

EN374 ถุงมือสำหรับป้องกันงานเคมีและอนุภาคขนาดเล็ก

EN381 ถุงมือสำหรับป้องกันงานเลื่อยด้วยมือ

EN388 ถุงมือสำหรับป้องกันงานเครื่องจักร

EN407 ถุงมือสำหรับป้องกันงานที่ใช้ความร้อนสูง

EN420 ถุงมือสำหรับป้องกันงานทั่วไป

EN421 ถุงมือสำหรับป้องกันงานรังสี,ไออนและสารเจือปนรังสี

EN455 ถุงมือสำหรับป้องกันงานการแพทย์

EN511 ถุงมือสำหรับป้องกันงานเย็น

EN659 ถุงมือสำหรับป้องกันงานดับเพลิง

EN30819 ถุงมือสำหรับป้องกันการลื่นไหล,การสั่นสะเทือน

EN1082 ถุงมือสำหรับป้องกันมือจากของมีคม เช่นมีด

EN pending ถุงมือสำหรับงานเชื่อม

EN60903 ถุงมือสำหรับป้องกันงานไฟฟ้า 

การเลือกใช้ถุงมือสำหรับงานอุตสาหกรรมเครื่องจักร
สำหรับมาตรฐาน EN388 ซึ่งมีการใช้งานกันเป็นอย่างมาก เพราะเหมาะสำหรับการทำงานในโรงอุสาหกรรม ที่มีการหยิบจับชิ้นส่วนและเครื่องจักร จึงต้องการถุงมือที่มีความกระชับ และป้องกันการบาดหรือทิ่มทะลุ ซึ่งเรามักจะเห็นสัญลักษณ์  EN388 ตามด้วยตัวเลข 4 หลัก แทนการทดสอบมาตรฐานดังนี้

ระดับการทดสอบ

1

2

3

4

a. การทนต่อการเสียดสี (รอบ)

100

500

2000

8000

b. การทนต่อการบาดคม (factor)

1.2

2.5

5.0

10.0

c. การทนต่อแรงเฉือน (นิวตัน)

10

25

50

75

d. การทนต่อการเจาะทะลุ (นิวตัน)

20

60

100

150

 

หากเราดูจากกราฟด้านบน ก็จะสามารถทราบความแข็งแรงของถุงมือว่าเหมาะสมกับหน้างานของเราหรือไม่ ช่วยให้เราเลือกถุงมือได้ง่าย สะดวก และปลอดภัยมากยิ่งขึ้น ซึ่งหากใครมีข้อสงสัย หรือยังเลือกถุงมือที่เหมาะสมไม่ได้ ติดต่อสอบถามทางเราได้เลยครับ

 

อึด ถึก ทน ทดสอบความแข็งของแว่นให้เห็นกันชัดๆ (มีคลิป)

ทำไมต้องใช้แว่นตานิรภัย
ในการทำงานบางอย่าง อาจมีเศษวัสดุเล็กๆกระเด็นก่อให้เกิดอันตราย เราจึงจำเป็นต้องใช้แว่นตานิรภัยเพื่อป้องการเศษวัสดุกระเด็นข้าสู่ดวงตา ซึ่งเป็นอวัยวะที่บอบบางมาก ดังนั้นการเลือกใช้นั้นจึงต้องมั่นใจในคุณภาพแว่นตานิรภัยที่ได้มาตรฐาน เพื่อให้คุณทำงานได้อย่างมั่นใจ

มาตรฐาน ANSI Z87.1 คืออะไร
ANSI เป็นชื่อย่อของ American National Standards Institute วัตถุประสงค์หลักของ ANSI คือการส่งเสริมและอำนวยความสะดวกมาตรฐานมติสมัครใจและระบบการประเมินตาม ANSI เพื่อให้แน่ใจว่าอุปกรณ์เซฟตี้บางประเภทที่ได้รับมาตรฐาน ANSI (เช่นแว่นตา) จะมีคุณภาพเพียงพอในการป้องกันอันตรายในการทำงาน

การทดสอบมาตรฐาน ANSI Z87.1
จะมีการทดสอบในสองรูปแบบด้วยกันประกอบไปด้วย การทดสอบโดยวัสดุตกจากที่สูง และการทดสอบโดยวัสดุพุ่งด้วยความเร็ว

การทดสอบโดยวัสดุตกจากที่สูง  (High Mass Impact Test)
จะทดสอบโดยนำวัตถุ 500 กรัมหล่นจากที่สูง มาตรงจุดทีกำหนดแล้ว ไม่มีส่วนหรือเศษของอุปกรณ์ป้องกันมาสัมผัสดวงตาของหุ่นทดสอบ. ทดสอบสี่ตัวอย่างโดยจะต้องผ่านทั้งหมด.a

การทดสอบโดยวัสดุพุ่งด้วยความเร็ว (High Velocity Impact Test)
จะทดสอบโดยนำลูกบอลเหล็กขนาด 6.35 มม. (.25 นิ้ว) ถูกยิงออกมาด้วยความเร็วที่เหมาะกับการทดสอบแต่ละประเภท โดยไม่มีเศษของอุปกรณ์ป้องกันมาสัมผัสดวงตา

คลิปการทดสอบ


เมื่อแว่นตานิรภัยรุ่นในผ่านการทดสอบดังกล่าวแล้ว จะอนุญาตให้มี Marking สัญลักษณ์ Z87.1 ไว้บนตัวแว่น ให้ผู้ใช้
สังเกตได้โดยง่าย ซึ่งสัญลักษณ์มักจะอยู่บริเวณขาแว่น เพียงเราเลือกใช้แว่นตานิรภัยที่ได้มาตรฐาน
ANSI Z87.1 เราก็มั่นใจในความปลอดภัยของเราทำงานได้อย่างเต็มที่

 

 

ทำไมต้องใช้ไฟฉายกันระเบิด ?

ทำไมต้องใช้ไฟฉายกันระเบิด
การทำงานในพื้นที่เสี่ยงต่อการระเบิดและไฟไหม้ เช่น โรงน้ำมัน อุตสาหกรรมเคมี โรงานผลิตแก๊ส/ไฟฟ้า หรือแม้แต่โรงงานที่มีผงฝุ่นเยอะ เช่นโรงงานผลิตแป้ง จำเป็นต้องใช้ความระมัดระวังในการปฏิบัติงานเป็นอย่างสูง เพราะมีความเสี่ยงการขึ้นทุกเวลา ไฟฉายกันระเบิด (Explosion Proof Flashlight) จึงเป็นอุปกรณ์ที่จำเป็นในการปฏิบัติงาน ซึ่งใช้แทนไฟฉายปกติ ฟังค์ชั่นการทำงานของไฟฉายกันระเบิด จะมีการทดสอบตามมาตรฐานต่างๆ ให้เหมาะกับพื้นที่ปฏิบัติงานที่ต่างกัน

การทำงานของไฟฉายกันระเบิด
ไฟฉายกันระเบิดจะมีฟังชั่นที่ไฟฉายทั่วไปไม่มี คือการดีดหลอดไฟออกจากขั้วเมื่อมีการตกกระแทก โดยบริเวณขั้วหลอดไฟจะมีสปริงอยู่ หากมีการตกหรือกระแทกจนกระจกโคมแตก สปริงจะดันหลอดไฟออกจากขั้วทันที ซึ่งถ้าเป็นไฟฉายทั่วไปหลอดจะยังค้างอยู่ในขั้ว ทำให้เกิดประกายไฟได้

การเลือกใช้งานไฟฉายกันระเบิด
ไฟฉายกันระเบิดจะมีรายละเอียดการเลือกใช้ตามมาตรฐานที่ได้รับการทดสอบจะแยกเป็น Class , Div, และ Group ต่างๆ ซึ่งจะระบุไว้บนตัวไฟฉายไว้ดังนี้

Class 1 Division 1 : ใช้สำหรับพื้นที่ที่มีแก๊สหรือไอระเหยผสมอยู่ในบรรยากาศด้วยความเข้มข้นที่จุดติดไฟได้เป็นประจำ เช่นภายในถังบรรจุสารไวไฟ ที่อับอากาศ จุดถ่ายเทสารไวไฟ

Class 1 Division 2 : ใช้สำหรับพื้นที่ที่มีแก๊สหรือไอระเหยผสมอยู่ในช่วงเวลาสั้นๆ เช่น พื้นที่มีการใช้สารไวไฟ แต่ปกติจะไม่รั่วไหล แต่อาจเกิดอุบัติเหตุการรั่วไหลของแก๊สหรือสารไวไฟ

                                                และมีการแบ่ง
Group ตามประเภทสารที่ทำให้เกิดระเบิดและไฟไหม้ดังนี้

Typical Material

มาตรฐาน IEC และ CENELEC

มาตรฐาน NEC 500 และ CEC

Acetylene

Group IIC

Class I / Group A

Hydrogen

Group IIC

Class I / Group B

Ethylene

Group IIB

Class I / Group C

Propane

Group IIA

Class I / Group D

Methane

Group I

Gaseous Mines

Metal Dust

-

Class II / Group E

Coal Dust

-

Class II / Group F

Grain Dust

-

Class II / Group G

Fibers

-

Class III

 

 

 

วิธีแก้ไขฝ้าเกาะกระจกรถในช่วงหน้าหนาว

วิธีแก้ไขฝ้าเกาะกระจกรถ เพิ่มทัศนวิสัยมองเห็นเส้นทาง วิธีไล่ฝ้ากระจกรถ

วิธีแก้ไขกรณีเกิดละอองฝ้าเกาะกระจกรถ ช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุทางถนนและเพิ่มความปลอดภัยในการเดินทางช่วงฤดูหนาว
หากอุณหภูมิในห้องโดยสารรถสูงกว่านอกรถ จะทำให้เกิดฝ้าที่กระจกด้านในรถ ในทางกลับกัน หากอุณหภูมิในห้องโดยสารรถต่ำกว่านอกรถ จะทำให้เกิดฝ้าที่กระจกด้านนอกรถ เพื่อความปลอดภัย กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ขอแนะวิธีแก้ไขกรณีเกิดละอองฝ้าเกาะกระจกรถดังนี้

กรณีเกิดฝ้าที่กระจกข้างและกระจกหน้าด้านในรถ

ให้เพิ่มความเย็นเครื่องปรับอากาศ หรือลดระดับกระจกหน้าต่างรถลงเล็กน้อย เพื่อปรับอุณหภูมิในและนอกห้องโดยสารรถให้สมดุลกัน จะช่วยให้ละอองฝ้าจางหายได้


กรณีเกิดฝ้าที่กระจกด้านหน้าภายนอกรถ

ไอน้ำที่เกาะกระจกจะจับตัวกับฝุ่นละออง ทำให้มองเห็นเส้นทางไม่ชัดเจน ให้เปิดใช้อุปกรณ์ที่ปัดน้ำฝน และฉีดน้ำเช็ดกระจกควบคู่ไปด้วย จะช่วยไล่ละอองฝ้าและขจัดคราบสกปรกบนกระจก

กรณีเกิดฝ้าที่กระจกหลังรถ ให้เปิดปุ่มไล่ฝ้า เพื่อให้ขดลวดความร้อนบริเวณกระจกหลังรถทำงาน จะทำให้มองเห็นเส้นทางชัดเจนขึ้น เมื่อละอองฝ้าจางหายไป ให้ปิดปุ่มไล่ฝ้าเพราะความร้อนจะทำให้กระจกรถและฟิล์มกรองแสงเสื่อมสภาพเร็วขึ้น

อย่างไรก็ตาม หากผู้ขับขี่ปฏิบัติตามข้อแนะนำข้างต้นแล้ว แต่ละอองฝ้าที่กระจกรถยังไม่จางหาย ให้นำรถจอดในบริเวณที่ปลอดภัย แล้วใช้ผ้าแห้งเช็ดกระจก แต่ไม่ควรเช็ดทำความสะอาดกระจกรถในขณะที่รถกำลังวิ่ง เพราะจะเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุ

 

เซฟตี้วิดิโอ

image-youtube